แนะนำ! คนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรทานสูตรนี้ประจำ บำรุงสมอง ปรับสมดุลร่างกาย (ดูวิธีทำ)

สวัสดีค่ะแฟนเพจและผู้ที่ติดตามบล็อกที่รักทุกท่าน วันนี้แอดมินจะมาแนะนำสูตรสมุนไพรบำรุงร่างกาย ที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ และเก็บไว้ทานได้ครั้งละหลายวัน แถมดีต่อสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะคนที่มีอายุหลักสี่ขึ้นไป ทั้งชายและหญิงห้ามพลาดเป็นอันขาด นั่นก็คือสูตรการทำ “น้ำกระชายเหลือง” เพื่อสุขภาพนั่นเองจ้า ไปค่ะ ไปดูกันว่าสูตรนี้ดียังไง และทานตอนไหนจะได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย

รู้หรือไม่ว่า..กระชายเหลือง มีประโยชน์มากกว่ากระชายดำ ทั้ง ๆ ที่ราคาถูกกว่า แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ากระชายดำมีประโยชน์มากกว่า ก่อนอื่นเรามาดูสรรพคุณของกระชายกันก่อนนะคะ

สรรพคุณของกระชาย

– บำรุงกระดูก สมอง มดลูก ควบคุมไม่ให้ต่อมลูกหมากโต

– แก้ปัญหาผมหงอก ผมหงอกจะกลับดำ ลดอาการผมร่วง

– ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด เนื่องจากมีน้ำมันหอมระเหยช่วยขับลม ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น

– ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนให้ปกติ จึงเหมาะกับคนวัยทอง และคนอายุ 40 ปีขึ้นไป

– ช่วยให้นอนหลับสนิท อารมณ์แจ่มใส เครียดน้อยลง

– เจริญอาหาร

– ลดอาการปวดเมื่อยร่างกาย สมรรถภาพดีขึ้นชัดเจน

– ลดอาการปวดประจำเดือนในสตรี

เมื่อลองดื่มครั้งแรก ๆ อาจจะรู้สึกรสชาติแปลก ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกที่ตัว แต่หลังจากดื่มครั้งต่อไปร่างกายก็ปรับได้จะชินไปเองค่ะ

ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำสมุนไพร ถ้าเป็นไปได้อยากแนะนำให้ลองทำน้ำกระชายสูตรนี้ ดื่มประจำ รับรองจะติดใจมาก

วันนี้เลยเอาสูตรเพื่อสุขภาพ มาแบ่งปันกัน ส่วนผสมสามารถปรับเปลี่ยนได้ แล้วแต่ความชอบในรสชาติของแต่ละบุคคลนะคะ

ส่วนผสม

– หัวกระชายเหลืองสด 1/2 กิโลกรัม

– น้ำผึ้ง

– น้ำมะนาว

– น้ำเปล่าต้มสุก 1 ลิตร (พักไว้ให้เย็น)

วิธีทำ

1. ล้างหัวกระชายให้สะอาด ตัดรากรุงรัง ตัดหัวตัดท้ายทิ้งไป ถ้าจะให้ดี ก็ขูดเปลือกออกเลย ก็ได้ค่ะ (ในภาพยังไม่ได้ล้างนะคะ)

2. หั่นกระชายเป็นท่อน ๆ ตามแนวขวาง ยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร

3. เตรียมผ้าขาวบาง รองด้วยกระชอน ไว้ให้พร้อมเพื่อกรองน้ำกระชายนะคะ

4. นำกระชายที่หั่นไว้ ไปใส่เครื่องปั่น โดยผสมน้ำเปล่าต้มสุกที่เตรียมไว้

5. ปั่นกระชายละเอียดด้วยความเร็วปานกลาง ให้สังเกตุถ้าน้ำน้อย ดูแล้วข้นเกินไป ก็ผสมน้ำเปล่าลงไปปั่นต่ออีกก็ได้ค่ะ

6. เทกระชายที่ปั่นละเอียดแล้ว ใส่กระชอนผ้าขาวบาง ที่เราได้เตรียมไว้

7. หลังจากนั้นให้คั้นเอาแต่เฉพาะส่วนที่เป็นน้ำกระชาย

คั้นนวดไปเรื่อยๆนะคะ ใจเย็นๆ อย่าบีบเร็วเกินไป จะได้น้ำกระชายสีขาวเหลืองขุ่นๆ สด ๆ ใหม่ ๆ ได้กลิ่นหอมอ่อน

8. จากนั้นนำน้ำกระชายที่กรองได้ใส่ขวดโหลแก้ว หรือภาชนะอื่น ปิดฝาให้สนิทเก็บแช่ตู้เย็นไว้ ซึ่งสามารถเก็บได้คราวละ 1 เดือน

วิธีการดื่มน้ำกระชายปั่น

– เวลาจะดื่ม แนะนำให้บีบน้ำมะนาว 1 ลูกใส่แก้ว แล้วตามด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา จากนั้นคนๆ ให้เข้ากัน

– พอคนน้ำมะนาวกับน้ำผึ้งเข้ากันแล้ว ก็เติมน้ำกระชายที่เก็บไว้ลงไป ผสมให้รสชาติกลมกล่อม ตามที่ต้องการได้เลยค่ะ

ทริคแนะนำ..

ในช่วงแรกถ้ารู้สึกว่ากลิ่นกระชายแรงไป ให้ใส่ใบโหระพา หรือใบบัวบก หรือจะใส่ทั้งสองอย่างก็ได้ลงปั่นรวม ใบบัวบกจะช่วยบำรุงสมองได้ด้วย ถ้าจะปรุงรสเพิ่มเติมเพื่อความอร่อยและให้ดื่มง่าย สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นกระชาย เวลาดื่มให้นำน้ำกระชายผสมกับน้ำผลไม้รสใดก็ได้ ที่ออกรสหวาน ผสมตามใจชอบ ให้ถือความอร่อย ถูกปาก ถูกใจ เป็นสำคัญค่ะ สำหรับท่านที่ทำดื่มแก้วแรก ให้ค่อยๆ จิบทีละน้อยก่อน อาจรู้สึกแปลกๆ ร้อนวูบวาบ เหงื่อซึมตามตัวเล็กน้อย สักพักจะเรอออกมา เป็นการขับลมในกระเพาะ แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ ครั้งต่อไปอาการจะลดลงเพราะร่างกายปรับตัวได้

ในส่วนของน้ำกระชายที่เราปั่นแช่เย็นเก็บไว้ ถ้ายิ่งเก็บนานวันมาก ความซ่า กับความหอมของกระชายจะลดลง อาจมีตะกอนนอนก้นขวด เมื่อจะนำออกมาผสมดื่มให้เขย่าก่อนทุกครั้ง หรือถ้าตะกอนข้นเหนียวมากเกินไป ไม่แนะนำให้ดื่มนะคะ ทำใหม่สดๆจะดีกว่าค่ะ แนะนำให้ทำพอดีครั้งละประมาณ 1 สัปดาห์พอค่ะ

ควรดื่มเวลาใด..จะได้ผลดีที่สุด

หลังจากแอดมินและคนรู้จักได้ทดลองดื่มในเวลาแตกต่างกัน ทั้ง ดื่มตอนเช้า, ดื่มก่อนอาหารทุกมื้อ, ดื่มก่อนนอน, หรือดื่มช่วงบ่าย, ปรากฏว่าได้ผลดีทุกช่วงเวลาเลยค่ะ เอาเป็นว่าถ้าสะดวกดื่มเวลาไหน ก็ขอให้ดื่มช่วงเดียวกันเป็นประจำทุกวันก็พอค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะกับสูตรน้ำกระชายเพื่อสุขภาพ รสชาติหวานอมเปรี้ยว ซ่าๆ หอมกลิ่นกระชาย ดื่มแล้วรับรองชื่นใจ ดื่มวันละแก้ว ขนาดประมาณแก้วกาแฟก็พอ มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายจริงๆ โดยเฉพาะคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไว้ แนะนำให้ทานเป็นประจำ ส่วนใครที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัยค่ะ แอดมินขอให้ทุกท่านมีสุขภาพที่ดี หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับแฟนเพจที่ติดตามทุกท่านนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก. คุณ kuky (https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=baanbaitong&group=6&month=06-03-2009&gblog=2)

เรียบเรียงโดย.สาระดี 24ชม.